head-watnongkratum
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนวัดหนองกระทุ่ม(สังฆรักษ์ราษฎร์บำรุง)
วันที่ 7 มีนาคม 2021 9:21 AM
head-watnongkratum
โรงเรียนวัดหนองกระทุ่ม(สังฆรักษ์ราษฎร์บำรุง)
หน้าหลัก » นานาสาระ » วรรณกรรม ลีโอ ตอลสตอย

วรรณกรรม ลีโอ ตอลสตอย

อัพเดทวันที่ 28 มกราคม 2021

วรรณกรรม ลีโอ ตอลสตอย

วรรณกรรม

วรรณกรรม ประเทศรัสเซียเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ประเทศหนึ่งในโลก เป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่มหาศาล และเป็นประเทศที่เป็นมหาอำนาจในเกือบจะทุกด้านของโลก ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของวงการวรรณกรรมของโลก ในประเทศรัสเซียมีนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่อยู่สองคน คือ ฟีโอดอร์ ดอสโตเยฟสกี้และลีโอ ตอลสตอย ซึ่งทั้งสองท่านได้สร้างผลงานที่เป็นวรรณกรรมอมตะซึ่งสะท้อนภาพของประเทศรัสเซียในสมัยนั้นอย่างลุ่มลึกและแหลมคมให้กับโลกมากมาย

ลีโอ ตอลสตอย (Leo Tolstoy) มีชื่อจริงว่าเคานต์เลียฟ นิโคเลเยวิช ตอลสตอย (Lev Nikolayevich Tolstoy) เขาเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1828 ที่เมืองทูล่าประเทศรัสเซีย ซึ่งอยู่ห่างจาก มอสส์โคว์ประมาณ 200 กิโลเมตร เขาเป็นบุตรของเคานต์นิโคเล อิลยิค ตอลสตอยกับเจ้าหญิง มาเรีย มิโคเลฟนา ดอสสตอย ตระกูลของเขาเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่และมีความสำคัญมากของประเทศ สมัยเป็นเด็กเขาเป็นคนที่มีความช่างคิดและชอบวิเคราะห์ตนเอง เมื่ออายุ 17 ปี เขาเริ่มจดบันทึกและชอบวิพากษ์วิจารณ์ตนเองอย่างตรงไปตรงมา

ปี 1844 เขาสมัครเข้าเรียนวิชาภาษาอารบิกและเตอรกริซที่มหาวิทยาลัยคาซาน ต่อมาเขาเปลี่ยนมาเรียนในสาขาวิชานิติศาสตร์อยู่ระยะหนึ่งและออกจากมหาวิทยาลัยโดยที่ยังไม่จบการศึกษา หลังจากออกจากมหาวิทยาลัยเขาได้ไปทำนาบนที่ดินที่เขาได้รับมรดกจากพ่อ เขามีความตั้งใจที่จะปรับปรุงความเป็นอยู่ของชาวนาที่เขาปกครองให้ดีขึ้นกว่าเดิม แต่เขาก็ต้องผิดหวังเพราะชาวนาเหล่านั้นต่างก็ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงของเขา เขาจึงกลับไปศึกษาต่อในวิชากฎหมายที่มหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ต่อมาเขาก็ออกจากมหาวิทยาลัยโดยที่เรียนไม่จบเหมือนเดิม โดยเวลานั้นเป็นเวลาที่เขาใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานเต็มที่

ปี 1848 เขาเดินทางไปมอสส์โคว์และใช้ชีวิตอย่างเสเพลแบบชายหนุ่มตระกูลสูงของรัสเซีย โดยใช้เวลาอยู่กับอบายมุขไม่ว่าจะเป็นการพนันและโลกีย์ ขณะเดียวกันก็เฝ้าสังเกตการณ์ใช้ชีวิตของชาวรัสเซียในสังคมเมืองอย่างใกล้ชิด อันเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือเขา โดยเขามีผลงานหนังสือเรื่อง “Childhood” เป็นผลงานเรื่องแรกและ “Adolescence” ในเวลาต่อมา

ปี 1852 เขาสมัครเข้ารับราชการในกองทัพ และได้ออกสู้รบกับชนพื้นเมืองเชเกนส์ และเผ่าตาร์ตาร์ซึ่งเป็นกบฏและต้องการแยกดินแดนออกจากรัสเซีย

ปี 1853 เขาเริ่มเขียนนิยายเรื่อง “The Cossacks” และเริ่มล่าสัตว์ ชีวิตในช่วงนี้เขายังติดการพนันและโลกีย์เหมือนเดิม แต่ความสำนึกถึงสิ่งดีและชั่วทำให้เขาหันมาศรัทธาในพระเจ้าและเขาไม่เชื่อในนิกายใดๆ โดยเขาตีความศาสนาตามความเชื่อของตนเอง เขากลับมาหลงใหลในธรรมชาติและเบื่อหน่ายกับชีวิตในเมืองที่เขาเห็นว่ามีแต่ความฉาบฉวยหลอกลวง

ปี 1854 เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นนายทหารไปรบในสงครามไครเมีย ประสบการณ์นี้ถูกนำไปรวมอยู่ในหนังสือเรื่อง “Sevestopol Stories” ซึ่งเป็นเรื่องความกล้าหาญของทหารรัสเซียในการรบป้องกันเมืองเซเวสโตปอลท่ามกลางวงล้อมของฝ่ายตุรกี ตอนนี้ตอลสตอยเป็นนักเขียนที่มีเชื่อเสียงไปทั่วรัสเซียแล้ว

ปี 1857 ตอลสตอยเดินทางไปฝรั่งเศส เยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ จากประสบการณ์นี้ทำให้เขามีความคิดต่อต้านองค์กรและวัฒนธรรมสมัยใหม่อย่างรุนแรง เขากลับมาที่ยาสนายา โปลียานา เพื่อเปิดโรงเรียนสอนลูกชาวนาโดยเขามีหลักการส่งเสริมเสรีภาพส่วนบุคคลและการ รู้จักตนเอง แต่งานด้านการศึกษาของเขาต้องชะงักไว้ก่อน เพราะเขาต้องเดินทางไปเยี่ยมนิโคเลพี่ชายซึ่งกำลังป่วยอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสและระหว่างนี้เขาเดินทางไปดูงานด้านการศึกษาและระบบโรงเรียนทั่วประเทศเยอรมนี ตอลสตอยอยู่กับพี่ชายจนวินาทีสุดท้าย ความตายของนิโคเลสร้างความสะเทือนใจให้เขาเป็นอย่างมาก เขาใช้การทำงานเป็นเครื่องบรรเทาความเศร้าโศกและอ้างว้างในชีวิต

ตัวตนของตอลสตอยเป็นคนที่แสวงหาความจริงในชีวิต แสวงหาความหมายของชีวิต และศิลปะรวมถึงความเข้าใจในพระเจ้า การแต่งงานกับโซเฟีย อังเดรเยฟน่า เบอห์ ทำให้ชีวิตของเขาได้รับความสงบขึ้น และเป็นช่วงเวลาที่เขาสร้างผลงานวรรณกรรมที่เป็นอมตะ “สงครามและสันติภาพ (War and Peace) ” และ “อันนา คาเรนิน่า (Anna Karenina) ” การเขียนนิยายเรื่องนี้ทำให้เขาได้ค้นพบว่า “ชีวิตที่มีความหมายคือการดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับความดีงามทางจิตวิญญาณ” และ”มนุษย์ต้องใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ การปล่อยชีวิตไปตามอำเภอใจเป็นต้นเหตุของความเสื่อมของมนุษย์” และ”การครอบครองทรัพย์สินของส่วนรวมเป็นความชั่วร้ายที่สุดของมนุษย์” แม้จะมีคนไม่เห็นด้วยกับเขามากแต่เขาก็มีสานุศิษย์มากมาย โรงเรียนของเขาที่ยาสนายา โปลียานากลายเป็นแหล่งแสวงบุญของนักจาริกที่มาแสดงความเคารพและขอคำแนะนำจากเขา

ภายหลังปี 1881 เขาประกาศไม่รับค่าลิขสิทธิ์จากงานเขียน เขาแบ่งทรัพย์สินทั้งหมดให้กับครอบครัว เขาเลิกสูบ เลิกดื่ม ใช้ชีวิตแบบชาวนา ใช้แรงงาน แต่ครอบครัวเขากลับไม่ยอมรับวิถีชีวิตแบบนี้และยังใช้ชีวิตอยู่บนความมั่งคัง สตอลสตอยเริ่มขัดแย้งกับครอบครัว โซเฟียภรรยาของเขามีอาการทางประสาท เป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดด้วยกันทั้งสองฝ่าย ในที่สุดในปี 1910 ตอลสตอยหนีออกจากบ้านและไปเสียชีวิตที่สถานีรถไฟ เขามีอายุ 82 ปีตอนเสียชีวิต

ตลอดชีวิตของลีโอ ตอลสตอยเขาได้สร้างผลงานวรรณกรรมไว้มากมาย เขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักเขียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมตั้งแต่ปี 1902 ถึง 1906 และรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 1901, 1902 และ 1909 การที่เขาไม่เคยได้รับรางวัลนี้เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมาก

ลีโอ ตอลสตอยเป็นนักเขียนที่เป็นที่รู้จักทั่วโลกจากนวนิยายเรื่อง “สงครามและสันติภาพ” (ปี 1869) และ”แอนนา คาเรนินา” (ปี 1878) เป็นนวนิยายที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนิยายแนวสัจนิยมที่ดีที่สุด เขาประสบความสำเร็จด้านวรรณกรรมเป็นครั้งแรกในวัยยี่สิบ ด้วยนิยายอัตชีวประวัติของเขา คือ “Childhood”, “Boyhood”, และ “Youth” (1852–1856) และ “Sevastopol Sketches” (1855) ที่เขาเขียนจากประสบการณ์ของเขาในสงครามไครเมีย และเรื่องสั้นหลายเรื่อง เช่น “The Death of Ivan Ilyich” (1886) , “Family Happiness” (1859) , และ “Hadji Murad” (1912) นอกจากนี้เขายังเขียนบทละครและบทความเชิงปรัชญาอีกมากมาย

แนวความคิดของเขาเกี่ยวกับการต่อต้านโดยไม่ใช้ความรุนแรงรุนแรงซึ่งปรากฏอยู่ในวรรณกรรม เช่น “The Kingdom of God Is Within You” (1894) สร้างแรงบันดาลใจอย่างมากต่อบุคคลสำคัญในศตวรรษที่ 20 เช่น มหาตมะ คานธี และมาร์ติน ลูเธอร์ คิงจูเนียร์ นอกจากนี้เขายังเป็นผู้สนับสนุนลัทธิจอร์เจีย ซึ่งเป็นปรัชญาทางเศรษฐกิจของ เฮนรี จอร์จ ซึ่งเขาระบุไว้ในงานเขียนของเขาโดยเฉพาะเรื่อง “Resurrection” ในปี 1899

อ่านบทความต่อไป คลิ๊ก !!!  ยิ้ม

นานาสาระ ล่าสุด
Banner 1
Banner 2
Banner 3
Banner 4