head-watnongkratum
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนวัดหนองกระทุ่ม(สังฆรักษ์ราษฎร์บำรุง)
วันที่ 3 สิงหาคม 2021 10:26 AM
head-watnongkratum
โรงเรียนวัดหนองกระทุ่ม(สังฆรักษ์ราษฎร์บำรุง)
หน้าหลัก » นานาสาระ » พี่สาวผู้น่าสงสาร

พี่สาวผู้น่าสงสาร

อัพเดทวันที่ 1 ธันวาคม 2020

พี่สาวผู้น่าสงสาร

พี่สาวผู้น่าสงสาร

พี่สาวผู้น่าสงสาร การที่เราจะต้องตัดสินใจเลือกอะไรสักอย่างในชีวิตย่อมมีเหตุผลที่ทำให้เราคิดอะไรไปแบบนั้นแตกต่างกันออกไปในแต่ละตัวบุคคล มีทั้งคนที่สามารถตัดสินใจในการทำสิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ หรือบางคนก็ต้องอาศัยเวลามากกว่าคนอื่นสักหน่อยในการเลือก แต่สุดท้ายก็ได้ผลที่ถูกใจตนเอง แต่บางคนด่วนเลือกไม่ได้คิดไตร่ตรองอะไรก็เลือกเสียแล้วจึงมีการมานั่งเสียใจภายหลังอยู่บ่อยๆ บางคนก็แสนโชคดีเพราะทั้งเลือกได้อย่างถูกต้องและเลือกได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย แต่มันก็คงไม่ได้สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยๆอย่างแน่นอนแต่หากเป็นอย่างนั้นจริงก็ถือเป็นเรื่องที่น่าอิจฉามากทีเดียวเลยแหละ

การที่คนเราจะตัดสินใจได้นั้นแน่นอนว่าอย่างน้อยเราก็ต้องมีเหตุผล เหตุผลที่ว่านี้ของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไปอีกนั่นแหละ บางคนก็ถือว่าเป็นหลักเป็นการตามที่ควรจะเป็นอย่างถูกต้อง บางคนก็ยึดอารมณ์ความชอบของตนเป็นส่วนหลักเสียมากกว่า แต่ถึงอย่างไรนั้นการตัดสินใจที่ไม่พึงกระทำมากที่สุดก็คงจะเป็นการที่เราทำด้วยความโมโห เพราะไม่เพียงแต่เป็นการตัดสินใจด้วยอารมณ์แล้วนั้น ยังเป็นการตัดสินใจขณะที่เราเองขาดสติซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกด้วย เหมือนกับเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอชื่อ ซาบริน่า อายุ 30 ปี ตอนนี้ทำงานเป็นพนักงานคีย์เอกสารในโรงเรียนแห่งหนึ่ง เธอมีพี่สาวหนึ่งคนตอนนี้อายุ 40 ปีแล้ว

ทำงานเปิดร้านขายเสื้อผ้าราคาส่งขนาดใหญ่ของจังหวัด และมีน้องสาวคนเล็กอายุ 20 ปี กำลังเรียนต่อพยาบาลอยู่ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจตรงที่ว่าพี่น้องสามสาวนี้มีนิสัยใจคอและความชอบแตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิงเลย พี่สาวคนโตเป็นคนช่างพูด ช่างเจรจา ชอบการพูดคุย เธอชอบการพบปะกับคนแปลกหน้าอยู่เสมอเพราะรู้สึกว่าชีวิตช่างดูสนุกสนานและคึกคักเป็นพิเศษ ด้วยวิชาความรู้ที่เรียนมาน้อยทำให้เธอไม่มีทางเลือกในการทำงานมากนัก เป็นได้แค่พนักงานเอกสารก่อนในช่วงแรกก่อนที่จะได้ลงหลักปักฐานกับผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นผู้จัดการธนาคารมีฐานะมั่นคงระดับนึงจนทำให้เธอได้มีโอกาสเปิดกิจการของตนเองขึ้นมา

ส่วนน้องสาวคนเล็กมีความสามารถด้านการเรียนและวิชาการอย่างโดดเด่นแต่ด้วยฐานะทางบ้านที่ไม่สามารถให้เธอได้เรียนต่อหมออย่างใจฝันทำให้เธอตัดสินใจเรียนต่อพยาบาลแทนซึ่งก็มีบทบาทหน้าที่ดูแลผู้ป่วยเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังเรียนเพียงแค่ 4 ปี ซึ่งค่าเล่าเรียนเธอก็ได้ทำการกู้เงินจากหน่วยงานการศึกษาของวิทยาลัยพยาบาลทำให้ที่บ้านนั้นหมดห่วงในข้อนี้ไป ปัญหาแสนน่าหนักใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็คงหนีไม่พ้นไปจากการที่ลูกสาวคนโตนั้นมีอาการที่ไม่ปกติด้านอารมณ์และความรู้สึก ซาบริน่าเป็นผู้หญิงที่ไม่ชอบการเรียนรู้ ไม่ค่อยมีสมาธิจดจ่อกับอะไรนานๆได้ แต่เธอเองก็มีจิตใจดีชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ

ตอนนี้เธอเองก็มีลูกชายวัยกำลังน่ารักอีกหนึ่งคน แต่ด้วยเงินเดือนหมื่นต้นๆรวมกับของสามีนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถเจือจุนครอบครัวของตนได้เท่าใดนัก ทำให้มีอันจะต้องไปกู้หนี้ยืมสิ้นพวกญาติและเพื่อนพ้องต่างๆมาเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเธอยังมีข้อด้อยตรงที่ว่าไม่ยอมปลงกับชีวิต ใช้ชีวิตด้วยจิตใจที่ยึดติดกับวัตถุสิ่งของมากจนเกินไป เมื่อเห็นว่าใครมีใครได้อะไรก็จะรู้สึกร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูกไม่รู้ว่าทำไมเป็นเช่นนี้ แม้ว่าขณะนี้ตัวเองจะไม่ได้ต้องการที่จะใช้สิ่งของชิ้นนั้นๆแม้แต่น้อยแต่เธอก็จะพยายามดิ้นรนเพื่อหามันมาเพื่อการครอบครองให้จนได้ ฝ่ายสามีเองก็รู้สึกเอือมระอากับพฤติกรรมของผู้เป็นภรรยาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าพ่อแม่ พี่น้องจะพยายามห้ามปรามและชี้แนะถึงข้อเสีย

ที่เธอกระทำสิ่งเหล่านี้มากแค่ไหน ซาบริน่าก็ไม่เคยฟังเลยเพราะคิดว่าถ้าต้องการซื้อก็ไปหากู้มาโปะไปเรื่อยๆได้ อีกทั้งเธอเองก็เป็นหญิงที่มีรูปร่างหน้าตาน่าดึงดูดใจอยู่แล้ว ถ้าสามีบ่นเธอมากๆเข้าเธอก็คงจะหาสามีใหม่และแต่งงานใหม่อีกครั้งก็ไม่ใช่เรื่องยาก น้องสาวได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกเศร้าเสียใจที่พี่สาวที่เคยเป็นที่ปรึกษาแสนดีของเธอกลายเป็นคนที่ขาดสติได้มากมายถึงเพียงนี้เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าเกิดอะไรแบบนี้กับพี่สาวของเธอได้อย่างไร ตอนนี้น้องสาวใกล้จะเรียนจบพยาบาลแล้วและได้มีโอกาสไปวนวอร์ดจิตเวชของโรงพยาบาลมันทำให้เธอได้เห็นพฤติกรรมต่างๆของคนไข้และได้เรียนรู้อาการของผู้ป่วยด้านจิต

กับจิตแพทย์ที่เธอได้วนวอร์ดอยู่ที่นั่นทำให้เธอเริ่มสังเกตเห็นว่าพี่สาวของเธอเองก็มีความผิดปกติใกล้เคียงกับสิ่งที่เธอเห็นที่นี่ แต่แน่นอนว่าไม่มีใครยอมรับตนเองอย่างแน่นอนว่าพวกเขากำลังป่วยโดยเฉพาะป่วยเป็นจิตเวชแล้วอีก นั่นเป็นเรื่องที่ยากมาก น้องสาวตัดสินใจเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้กับพ่อแม่และพี่สาวคนโตฟัง ทั้งหมดก็ดูจะเห็นด้วยเพราะนับวันอารมณ์ก้าวร้าวเกรี้ยวกราดของซาบริน่าก็มีแต่จะทวีคูณมากขึ้นเรื่อยๆไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแม้แต่น้อย ไม่ใช่เพราะความกลัวหรือความรังเกียจแต่เป็นเพราะทุกคนต่างก็เป็นห่วงและอยากจะได้ซาบริน่าคนเดิมกลับมา จึงร่วมกันสร้างแผนที่จะทำให้ซาบริน่าได้เข้าพบกับจิตแพทย์อย่างยินยอม

และในที่สุดซาบริน่าก็ได้รับการวินิจฉัยจากจิตแพทย์ว่าเธอนั้นมีอาการผิดปกติด้านสมองทำให้เธอกลายเป็นผู้ป่วยไบโพลาร์ไป และเมื่อได้รู้ความจริงทางครอบครัวก็ต้องการให้เธอได้รับการรักษาอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตอนแรกพี่สาวแสนน่าสงสารคนนี้ไม่ยินยอมเลยเพราะเธอกลัวมาก กลัวว่าจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาเจอลูกชายและครอบครัวของเธออีก จากวันนั้นเธอก็ร้องไห้ทุกวันทุกคืน

มีเพียงน้องสาวคนเล็กที่พยายามอธิบายเหตุการณ์และเหตุผลให้เธอฟังอยู่ตลอด แต่เธอก็ไม่ฟังเพราะตอนนี้เธอสติแตกไปแล้ว ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้หัวใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่เหมือนใกล้จะแตกสลายแต่ทว่าทุกคนก็ทำได้เพียงให้กำลังใจเธอและจับมือเธอเอาไว้และบอกว่า ไม่มีใครทิ้งเธอไปไหนทั้งนั้น พวกเรารักเธอนะ พวกเราอยากให้เธอหายดี…พวกเรารักเธอ ซาบริน่า

นานาสาระ ล่าสุด
Banner 1
Banner 2
Banner 3
Banner 4